OUR ARCHIVES : January 2015

มาดูความเหมือนที่แตกต่างของ Online Marketing – Offline Marketing

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตจนแทบจะผันตัวเป็นปัจจัยที่ 6 ที่มนุษย์แทบจะขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะหาข้อมูล อ่านข่าว ช็อปปิ้ง เล่นเกมส์หรือเล่น Social กับเพื่อนๆ ต่างก็ต้องใช้อินเตอร์เน็ตด้วยกันทั้งสิ้น ผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้เอง ทำให้สื่อออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารชิ้นสำคัญที่นักการตลาดพลาดไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นช่องทางการสื่อสารที่ใกล้ชิดผู้บริโภคมากที่สุดในขณะนี้ หลายๆแบรนด์จึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญและสนใจทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น เพราะการทำการตลาดปัจจุบัน ไม่ได้จบอยู่แค่ออฟไลน์หรือออนไลน์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นการตลาดแบบผสมผสาน (IMC : Integrated Marketing Communication) จึงไม่แปลกเลยที่หลายๆครั้งจะเห็นชาวออนไลน์แบกกล้องถือรีเฟลคซ์บ้าง ส่วนชาวออฟไลน์ก็จำเป็นต้องรู้เรื่องออนไลน์เบื้องต้นเพื่อให้คำแนะนำกับลูกค้าได้เช่นกัน และยังมีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับออนไลน์อีกมาก วันนี้ลองมาทำความเข้าใจเบื้องต้นกันค่ะ 1. ฮาร์ดเซลคือใช่ จากที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า Smartphone เข้ามามีบทบาทมากในปัจจุบัน ส่งผลให้ Social Media กลายมาเป็น Channel สุดฮิตในขณะนี้ ที่ไม่ว่าผู้บริโภคหรือแบรนด์ก็ต่างใช้งานกันอย่างสนุกสนาน เรื่องของการทำ Content จึงเป็นตัวกลางสำคัญที่จะช่วยเชื่อมให้แบรนด์สื่อสารสิ่งที่แบรนด์ต้องการพูดไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น การทำ Content ในโลกออนไลน์จะมีความแตกต่างจากออฟไลน์ตรงที่สามารถสื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงพูดครั้งเดียวแล้วจบเหมือนนิตยสาร แต่เปรียบเสมือนเป็นรายการโทรทัศน์ที่มีให้รับชมกันทุกวัน และสามารถเลือกสร้างสรรค์ลักษณะ Content ได้ว่า จะให้เป็นแบบรายการข่าวตอนเช้าคือพูดข่าวสารของแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา เช่นโปรโมชั่นหรือประชาสัมพันธ์แบรนด์หรือจะทำ content แบรนด์ให้เป็นแบบละครหลังข่าวคือใส่ความบันเทิงระหว่างการสื่อสารแบรนด์ ออนไลน์ก็สามารถเป็นได้ทุกบทบาท อาจจะผสมผสานทั้ง […]

การตลาดในรูปแบบ ออฟไลน์และออนไลน์แบบไหนที่จะเหมาะกับธุรกิจSME

สำหรับสื่อออนไลน์ในยุคปัจจุบันนี้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนสื่อแบบออฟไลน์ได้ทั้งหมดโดยสามารถแบ่งเป็นสื่อแบบออฟไลน์เป็นการสื่อสารการตลาดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเตอร์เน็ตออนไลน์ก็เป็นการสื่อสารการตลาดโดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อม ซึ่งในการตลาดจำเป็นจะต้องใช้ทั้ง ออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ซึ่งข้อดีของสื่อแบบออฟไลน์คือคนทั่วไปที่ไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตสามารถเห็นได้ทั่วถึงแต่มีราคาแพง สำหรับสื่อแบบออนไลน์ข้อดีคือบางอย่างฟรี หรือมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเท่าไรสามารถโปรโมทได้ทั่วถึง ในปัจจุบันนี้มีการใช้สื่อออนไลน์มากขึ้นในธุรกิจSMEโดยการสร้างเวปไซต์ขึ้นมาเป็นหน้าร้านค้าในการลงสินค้าเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อ ซึ่งการสร้างเว็บไซต์นั้นสามารถสร้างเองหรือเลือกใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปได้ โดยการสร้างเว็บไซต์ต้องคำนึงว่าจะสื่อถึงอะไร ขายสินค้าเกี่ยวกับอะไรบ้าง เพื่อจะได้เลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับธุรกิจนั้น และจะต้องอัพเดทข้อมูลและสินค้าใหม่ตลอด เพื่อให้เกิดการติดตามของลูกค้าและผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ควรจะทำเว็บไซต์ของธุรกิจให้ติดอันดับการค้นหาจาก search engine ด้วยเพื่อเป็นการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และยังเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงของธุรกิจมากขึ้นอีกด้วย เพราะเมื่อมีการติดอันดับในหน้า search engine แล้วจะทำให้มีผู้ที่สนใจเข้ามารู้จักกับธุรกิจเพิ่มขึ้นทั้งจะส่งผลให้เพิ่มยอดขายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจด้วย ทั้งนี้การนำเอาสื่อการตลาดแบบออนไลน์มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในปัจจุบันเพราะสังคมเป็นสิ่งที่เชื่อมถึงกันแล้ว การตลาดแบบบอกผ่านปากต่อปากนั้นจะมีความรวดเร็วมากขึ้นจากสังคมออนไลน์ เพราะปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่จะSocial media เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจ เพราถ้าสินค้าดีมีการอัพเดทตลอดเวลาและมีการบริการที่ดีแล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อการทำตลาดเป็นอย่างมาก ฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า การใช้สื่อการตลาดแบบออฟไลน์และแบบออนไลน์ นับเป็นการทำตลาดที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ล้วนแต่เป็นการช่วยสนับสนุนช่องทางการตลาดทั้งสิ้น เพื่อขยายโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นด้วย